×

"WE CHOOSE GOOD OIL FOR YOUR HEALTH"

เราตั้งใจ และใส่ใจในอาหารทุกๆจานที่เสริร์ฟให้กับลูกค้า รวมถึงการเลือกใช้ "น้ำมัน"

ในการประกอบอาหารแต่ละประเภท ที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

น้ำมันเมล็ดชา (Organic Camellia Tea Oil)
ประกอบอาหารประเภทผัด

ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์อย่างหนึ่ง ลักษณะคล้ายเกาลัด มา 3-4 เม็ด และตรัสว่า "เป็นของดีนะ ทำนำ้มันได้" คุณสมบัติพิเศษของน้ำมันเมล็ดชา คือ 1. มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ 2. มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวในรูปของกรดโอเลอิกถึง 88% 3. กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ในรูปของโอเมก้า 3 ในรูปของกรดแอลฟาไลโนเลนิก ประมาณ 1-3% 4. ไม่มีกรดไขมันทรานส์ มีวิตามินอีสูง อุดมด้วย วิตามินเอ บี และดี 5. มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง คือสารแคททีชิน ซึ่งเป็นสารโพลิฟีนอล ที่ช่วยลดการออกซิเดชั่นของแอลดีแอล จึงช่วยป้องกันหลอดเลือดตีบตัน และป้องกันการอักเสบของเนื้อเยื่อ

น้ำมันคาโนลา (Canola Oil)
ประกอบอาหารประเภททอด (Deep Fried)

อีกหนึ่งทางเลือกของการทำอาหารเพื่อสุขภาพ คนรัดความเฮลธ์ตี้ต้องทำความรู้จักโดยด่วน โดยสาเหตุที่เราเลือกน้ำมันคาโนลาในการประกอบอาหารประเภททอด เนื่องจากน้ำมันมีจุดเกิดควัน ค่อนข้างสูงมาก คือ 246 °C เหมาะแก่การประกอบอาหาร Deep Fried เป็นอย่างมาก จุดเกิดควัน (Smoke Point) คือ อุณหภูมิที่น้ำมันสำหรับประกอบอาหารเริ่มกลายเป็นควัน และคุณค่ามางโภชณาการเริ่มเสื่อมสลาย กลิ่น และรสชาติเสื่อมเสียลงจากเดิม และเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง อีกทั้งยังเป็นน้ำมันที่มี Saturated Fats ที่ต่ำที่สุดในบรรดาน้ำมันทั้งหลาย และมี Mono-Unsaturated Fats มากเป็นอันดับสอง รองจากน้ำมันมะกอก

 

 

น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (Extra Virgin Oil)
ประกอบอาหารครัวเย็นทั้งหมด และเสิร์ฟบนโต๊ะ เพื่อให้คุณลูกค้าเพลิดเพลิน ทานคู่สลัดจานโปรด

น้ำมันสกัดจากผลมะกอก โดยไม่ใช้ความร้อน ไม่ใช้สารเคมี ลักษณะเป็นน้ำมันใสสีเขียวเรื่อๆ มีรสชาติ และกลิ่นของมะกอกเข้มข้น เหตุที่น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เพราะ 1. มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งมีกรดโอเลอิก (Oleic Acid) เป็นหลัก อยู่ถึงกว่าร้อยละ 70 2. กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีคุณสมบัติในการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) 3. เพอ่มคอเลสเตอรอสชนิดดี (HDL) การบริโภคน้ำมันมะกอกในปริมาณสูง จะทำให้มีความต้านทานต่อโรคไขมันอุดตันนเส้นเลือดได้ดี จึงมีผลในการป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดำด้ แม้แต่สมาคมเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา ก็แนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กินน้ำมันมะกอกให้มากขึ้น ในน้ำมันมะกอกยังมีอัลฟาโตโคฟีรอล (Alpha-Tocopheral) ซึ่งอยู่ในรูปของวิตามินอี แคโรทีนในรูปของโปรวิตามินเอ และสารประกอบกลุ่มโพลีฟีนอล จึงมีฤอธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ